Draft ของวันที่
15.06.08
ในวันที่เมฆเป็นสีเทาอ่อน
ผมตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันเป็นปกติ
ยกตัวขึ้นจากเตียง
บิดขี้เกียจสองสามครั้ง
หาวพอให้ปากได้ขยับ
แล้วก็เดินไปเข้าห้องน้ำ
ในกระจก...
มันมองผมตาไม่กระพริบ
ผมมองมันกลับไป
มองเข้าไปจนถึงข้างใน
...
น่าเกลียดขึ้นอีกแล้วนะ
...
ผมสามารถจดจ่อกับเรื่องราวได้ทีละเรื่องเท่านั้น
ดังนั้น นานๆครั้ง
ในเช้าวันที่เมฆเป็นสีเดียวกับวันอื่นๆ
ผมจะตื่นขึ้นมาแล้วส่องกระจก
โดยตั้งใจว่าจะหยุดคิดเรื่องราวทั้งหมด
แล้วตรวจดูสภาพภายใน
เขียนเองก็เริ่มสับสนตัวเอง
เอาเป็นว่า
ถ้าจะเปรียบเทียบง่ายๆ
คงเหมือนรถยนต์
พอวิ่งครบกิโล หรือครบเวลาที่กำหนด
ก็ต้องเข้าศูนย์ตรวจสภาพ
และมันก็เป็นเกือบจะเหมือนกันทุกครั้ง
ที่ผมตรวจสภาพจิตใจของผม
...
มันเน่าลงอีกแล้ว
เมื่อใจจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานๆ
ก็จะเกิดสมาธิ
และเมื่อเกิดสมาธิ
ก็จะเกิดปัญญา
เป็นตรรกศาสตร์ในศาสนาที่ถูกสอนฝังหัวมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก
การตรวจสภาพจิตใจนานๆทีนี้
ก็คงก่อให้เกิดปัญญาได้เช่นกัน
ผมเปิดก๊อกน้ำให้น้ำไหลผ่านอุ้งมือ
ยกน้ำขึ้นมาลูบหน้าสองสามครั้งให้หายง่วง
หน้าสะอาดขึ้นมาก
ส่วนข้างในนั้นสะอาดขึ้นนิดหน่อย
ผมยิ้มให้ตัวเองในกระจก
แล้วเดินออกจากบ้าน
ปู่ของผมเคยบอกว่า
ทุกเช้าคนเราต้องล้างหน้า
ไม่ใช่ล้างเพื่อให้ข้างนอกสะอาด
แต่ล้างเพื่อให้ข้างในสะอาดด้วย
เตรียมพร้อมสำหรับวันใหม่ที่เราต้องใช้ชีวิต
ไม่รู้เหมือนกันว่าตรวจสภาพครั้งต่อไป
ข้างในจะเป็นอย่างไร
แต่ช่วงนี้คงพยายามล้างหน้าให้ได้ทุกเช้า
ล้างให้เข้าไปถึงข้างใน