Idea-Station










ผมเคยเขียนถึงแมลงสาบที่บินไม่ได้
มันเป็นแมลงสาบนอกคอกที่ฝันว่าสักวัน
ปีกของมันจะพามันไปสุดขอบฟ้า
อาจจะไม่สวยงามเหมือนผีเสื้อ
แต่บินก็คือบิน



มันออกเดินทางเพื่อตามหาวิธีบิน
นั่นคือจุดเริ่มต้นของบางสิ่ง



สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปนี้
คือเหตุการณ์ระหว่างการตามหา
ในวันที่ฝนตกปรอยๆทั้งวัน



----------------------------------------














































เขานั่งชันเข่าอยู่ริมถนน
ปล่อยให้ละอองฝนปะปนกับคราบเหงื่อ
สายตาเหม่อมองไปแสนไกล
พลางฮัมเพลงด้วยเสียงที่ต้องไปฟังใกล้ๆถึงจะได้ยิน
เขาดูมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาดสำหรับมัน
ในบางครั้ง เขาก็จะลุกขึ้นยืนแล้วชูมือขึ้นเหนือหัว
ในบางครั้ง เขากระโดดกลับไปกลับมา
และในบางครั้ง เขากำมือแน่นแล้วทุบกำแพงแถวๆนั้น










































มันมองเขาอยู่นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้
แต่เมื่อรู้ตัวอีกที
สายตาของสิ่งมีชีวิตสองสายพันธุ์ก็สบกัน
ต่างฝ่ายต่างมองอีกฝ่ายอย่างฉงน
และในความฉงนก็ยังแฝงด้วยความรู้สึกไม่ปลอดภัย
หากเป็นในหนังคงเป็นฉากที่ซามูไรสองคนดูเชิงกัน
ต่างฝ่ายต่างกำมืออยู่ที่ดาบ
แต่จะไม่ชักจนกว่าอีกฝ่ายขยับเขยื้อน



























"สวัสดี"

เขาเป็นฝ่ายเริ่มการสนทนา
มันแปลกใจ
ปกติไม่ค่อยมีใครที่สนใจจะคุยกับมันนัก
คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญแค่ความสกปรกของมัน
บางคนเกลียดกลัวจนต้องวิ่งหนี
ส่วนคนที่ไม่กลัวก็ใช้มันเป็นเครื่องมือในการแกล้งคนที่กลัวอีกที
แต่ไม่เคยมีมนุษย์คนไหนใส่ใจจะพูดคุยกับมัน

"อย่าบินนะ"

เขาเริ่มพูดต่อ
มันหัวเราะในใจ
ถึงอยากจะบินแค่ไหน
แต่มันก็เป็นแค่แมลงสาบที่บินไม่ได้อยู่ดี










































"ดีแล้วล่ะที่บินไม่ได้"

เป็นคำที่ทำให้มันต้องตกใจเป็นครั้งที่สอง
มนุษย์คนหนึ่งจะคุยกับมันรู้เรื่องได้ยังไง
ถึงจะคุยรู้เรื่อง แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่มันคิดในใจ
ไม่ใช่เรื่องที่จะมีใครรู้ได้อยู่ดี

เขายิ้มให้มัน
เป็นรอยยิ้มที่บอกว่า
ทุกสิ่งที่มันกำลังสงสัยอยู่นั้น
เขาเข้าใจดี
เขาย้ายตัวมานั่งลงใกล้ๆ
แล้วยื่นมือไปวางข้างตัวมัน

"ขึ้นมาสิ"



































"ฉันก็บินไม่ได้เหมือนกัน"

มันเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตกลงมนุษย์คนนี้อ่านใจคนอื่น
ไม่สิ อ่านใจสัตว์ตัวอื่นข้ามสายพันธุ์ได้
หรือแค่คุยคนเดียวแต่เหมือนคุยกับมัน

"ฉันพูดกับแกนั่นแหละ เพื่อน"

มือของเขายังคงวางอยู่หน้าตัวมัน
มันค่อยๆเคลื่อนตัวไปหาเขา
ใช้เวลาตัดสินใจครู่หนึ่ง ก่อนที่จะไต่ไปบนมือ
เขายกมือของเขาขึ้นมาไว้ระดับหน้า

"ไม่ต้องกลัวนะ"

มันยังคงแปลกใจอยู่

"ฉันอ่านใจคนได้... ฉันเป็นซุปเปอร์ฮีโร่"





































การสนทนาระหว่างแมลงสาบกับยอดมนุษย์ดำเนินต่อไป
ส่วนใหญ่เป็นการพูดฝ่ายเดียวมากกว่า
เพราะคนที่ออกเสียงก็คือยอดมนุษย์คนเดียว
แต่ในเมื่อเขาสามารถอ่านใจมันได้
มันก็ไม่เป็นอุปสรรคในการสื่อสารสำหรับทั้งคู่

มันได้รู้ว่ายอดมนุษย์คนนี้คือยอดมนุษย์ฝึกหัด
มีพลังติดตัวมาอย่างเดียว คือการอ่านใจสิ่งมีชีวิต
แต่นั่นไม่ใช่พลังที่เขาต้องการ
เขาต้องการที่จะมีพลังแบบซุปเปอร์แมน
บินได้ มีพลัง และสามารถปกป้องโลก
มันไม่เข้าใจว่าทำไมในเมื่อเขามีพลังอย่างหนึ่งแล้ว
ยังต้องดิ้นรนที่จะมีพลังอย่างอื่นอีก

"ฉันเลือกไม่ได้ตั้งแต่เกิดนี่"

นั่นคือคำตอบของเขา









































เขายังคงเล่าเรื่องชีวิตของเขาต่อไป
เล่าว่าทำไมการเป็นยอดมนุษย์จึงไม่เพียงพอ
เล่าว่าเขาต้องกอบกู้โลกด้วย
และพลังในการอ่านใจไม่ได้ช่วยให้เขาช่วยกู้โลกได้
เขาเลยอยากมีพลังแบบซุปเปอร์แมน

มันพบว่าความฝันของเขาและมันช่างคล้ายกันเหลือเกิน
สิ่งมีชีวิตมีความต้องการที่จะบินได้เหมือนกัน
จะต่างกันเล็กน้อยก็ตรงที่ว่า
คนหนึ่งอยากบินไปกู้โลก
แต่อีกตัวอยากบินไปสุดฟ้า

"แต่ความรู้สึกของการได้ช่วยเหลือมวลมนุษย์มันยอดเยี่ยมจริงๆนะ"

เจ้าแมลงสาบคิดในใจว่าเขาจะไปรู้ได้ยังไงในเมื่อเขาไม่เคยทำ

"นั่นก็จริงของแก แต่ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้นี่"













































"แกมีจุดอ่อนบ้างรึเปล่า"

เป็นคำถามที่ทำให้มันงงสุดๆ
มันว่ายน้ำไม่คล่อง นั่นถือเป็นจุดอ่อนรึเปล่า?

"ไม่ๆ ฉันหมายถึงจุดอ่อนน่ะ
แกรู้มั้ยฮีโร่ทุกคนน่ะต้องมีจุดอ่อน
อุลตร้าแมนต้องแปลงร่างได้แค่ 3 นาที
กัปตันแพลนเนต แพ้สิ่งสกปรก (ฉันว่ามันตลกมาก)
แบทแมนชอบใจอ่อนกับผู้หญิงแล้วก็อยู่ได้ด้วยความกลัว
หรือซุปเปอร์แมน ก็ต้องแพ้คริปโตไนท์

ฉันกำลังหาจุดอ่อนของฉันอยู่ล่ะ
ฉันว่าฮีโร่มันเจ๋งตรงนี้แหละ
ดูเหมือนว่าจะเก่งเกินคน แต่จริงๆก็มีด้านที่อ่อนแอ
ฉันว่าฉันจะลองมีจุดอ่อนแบบ
- กลัวสายตาของคนหมู่มาก -
ทำให้สู้ในสถานที่คับคั่งไม่ได้
หรือไม่ก็
- กลัวตึก -
เลยต้องไปสู้ในชนบท
แกว่าไง?"

มันไม่รู้จะตอบยังไง
และมันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องหาจุดอ่อนที่ทำให้ต้องไปสู้ไกลๆ

"ก็ฉันขี้อายนี่"

ยอดมนุษย์ตอบอายๆ
มันเริ่มดีใจที่เกิดเป็นแมลงสาบ
ยอดมนุษย์ดูซับซ้อนและลำบากเกินไปสำหรับมันจริงๆ














































"จริงๆแล้วแกก็เป็นยอดแมลงสาบได้นะ
เหมือนฉันไง แกอาจจะช่วยกู้โลกแมลงสาบของแกให้พ้นวิกฤติ
อย่าง....น้ำท่วมโลกไง!
แต่จะว่าไป โลกของแกกับฉันมันก็โลกเดียวกันอยู่ดี
เอาไงดีนะ...

เออว่าแต่ ถ้าแกเป็นยอดแมลงสาบจริงๆ แกอยากมีพลังแบบไหนล่ะ
ไม่เอาบินได้นะ จริงๆพวกแกน่ะบินกันได้อยู่แล้ว
ฉันว่าจริงๆสักวันพอแกโตกว่านี้แกก็คงบินได้เหมือนกัน
เอาเป็นพลังแบบอื่นน่ะ"

เจ้าแมลงสาบเริ่มสับสนกับคำถามซ้ำซ้อน
มันจะเป็นยอดแมลงสาบไปทำไม?
แล้วโลกของแมลงสาบมันเป็นแบบไหน
ถ้าเป็นแค่พิทักษ์ท่อที่มันเกิดมาก็ยังพอว่า
แต่นี่ไปถึงขั้นโลกแมลงสาบ
มันไม่แน่ใจว่ามันจะคุยกับแมลงสาบโปรตุเกสรู้เรื่องรึเปล่า

"ฮีโร่แบบเราคุยกับคนอื่นได้ทั่วโลกแหละ"



































ทั้งสองยังคงคุยกันต่อไปอย่างออกรส
เช่นเคย คนที่พูดก็คือยอดมนุษย์
ส่วนคนที่งง ก็ยังคงเป็นแมลงสาบ
มันได้แต่พยักหน้าอือออไปตามเรื่อง
แต่มันก็หลอกยอดมนุษย์ไม่ได้หรอกว่ามันไม่รู้เรื่อง
มันสงสัยแค่ทำไมยอดมนุษย์ที่อ่านใจมันออก
ถึงไม่เข้าใจว่ามันงง

"ก็เพราะงงเลยต้องมาอธิบายอยู่นี่ไง"

ยอดมนุษย์เริ่มฉุนนิดๆ
แต่สักพักก็กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม
คงเป็นธรรมชาติของยอดมนุษย์
ที่ไม่โกรธหรือเป็นศัตรูกับใครนาน










































"นี่ ฉันต้องไปแล้วล่ะ
ฉันจะไปหาจุดอ่อนต่อ
แล้วก็ต้องลองฝึกพลังแบบใหม่ๆ
จะได้กู้โลกได้

ดีใจนะที่ได้เจอแก เจ้าแมลงสาบ
ฉันรู้... สักวันแกจะบินได้
ฉันเชื่อแบบนั้น"







































ยอดมนุษย์จากไปแล้ว
มันไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะได้จุดอ่อนแบบไหน
เขาจะได้พลังเพิ่มจากที่มีอยู่แล้วหรือเปล่า
หรือว่าเขาจะมีโอกาสกอบกู้โลกหรือไม่

อย่างน้อย
เขาก็กอบกู้กำลังใจของมันขึ้นมาได้นิดหน่อย
ไม่รู้ว่าแค่นี้จะนับว่าเขาเป็นยอดมนุษย์มืออาชีพได้หรือยัง
แต่ก็ถือเป็นก้าวแรกที่ดี มันได้แต่หวังว่าเขาจะรู้ตัว
บนถนนที่ชื้นแฉะ มีเพียงมันตัวเดียวยืนอยู่ตรงนั้น

ฝนหยุดตกแล้ว
แต่พื้นยังเจิ่งนอง














































เจ้าแมลงสาบตัวจ้อย
ออกเดินทางตามหาวิธีบินต่อไป






























คนผ่านทาง
View full profile