29.10.09 ซาปา เวียดนาม
--ซาปาคืนที่สองไม่มีหมอกมากเหมือนคืนแรก
กลับกัน... ผู้คน ณ ลานกว้างมีมากกว่าคืนที่แล้ว
หรือไม่ก็ไม่มีหมอกกันเราออกจากคนอื่นอีกต่อไป
เพื่อนๆบอกว่าอากาศหนาวกว่าเมื่อวาน
แต่สำหรับผม บรรยากาศแบบนี้อบอุ่นกว่าเยอะ
เด็กตัวเล็กๆวิ่งไปมา หยอกล้อกัน
ถึงจะเกือบสี่ทุ่มแล้ว แต่ก็ยังมีเสียงแตรรถยนต์
ประสานกับเสียงหรีดเรไร เป็นระยะๆ
--อากาศเย็นกำลังดีและคนไม่พลุกพล่านนัก
พรุ่งนี้ ทุกคนวางแผนว่าจะไปเดินเขากัน 13 กิโลฯ
ผมไม่ได้เตรียมใจไว้สำหรับกิจกรรมนี้สักเท่าไหร่
ด้วยเหตุผล สองสามประการ
ประการแรก วันนี้เราเพิ่งเดินเขากันไป 4 กิโลฯ
ประการที่สอง ตั้งแต่มานี่ผมยังไม่มีเวลาส่วนตัวเลย
ประการที่สาม ผมต้องการเวลาส่วนตัวมาก
จะว่าผมงี่เง่าก็ได้ แต่ทุกครั้งที่ผมเดินทางไปที่อื่น
ผมต้องมีเวลาสักสองสามชั่วโมงให้ตัวเองเสมอ
และในที่นี้หมายถึง มีแค่ผม กับสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเท่านั้น
--สี่ทุ่ม ณ ลานกว้าง ผู้คนสัญจรไปมา
ม้งบางคนยังไม่เก็บร้านกลับภูเขา
ซาปากลายเป็นดินแดนสำหรับนักผจญภัยรักสะดวก
ท่ามกลางความวุ่นวายที่ดูไม่วุ่นวาย
กับอากาศเย็นกำลังดี ในดินแดนตอนเหนือของเวียดนาม
ผมหยิบสมุดออกมาจากเป้
และเริ่มใช้ปากกาบันทึกบางสิ่งเป็นครั้งแรก
--สี่ทุ่มนิดหน่อย เรากลับไปกินไข่ปิ้งมันเผา
ร้านเดียวกับที่เคยนั่งเมื่อคืนก่อน
"ฉิงก่า"(แปลว่าไข่ไก่)ที่ร้านหมดพอดี
เราเลยสั่ง "ฉิงเป็ด" (ที่มารู้ทีหลังว่าเขาเรียก
"ฉิงหวิด") มากินแทน
การกินฉิงเป็ดนั้น ต่างจากการกินฉิงก่านิดหน่อย
กล่าวคือมีถ้วยชา และช้อนกาแฟ เป็นอุปกรณ์เสริม
ทีแรกก็คิดว่าคงเหมือนไข่ลวกนั้นแหละ
แต่เมื่อกระเทาะเปลือกออกมาก็พบว่า
ฉิงเป็ด มี baby เป็ด อยู่ข้างในด้วย...
ก็หยุดกินกันไป
--ก่อนที่เราจะกลับโรงแรม มีหนุ่มเอเชียคนหนึ่ง
มาซื้อเนื้อย่างที่ร้านเดียวกับเรา ผมหูผึ่งทันทีที่ได้ยิน
ภาษาที่คุ้นเคย... จีนกลาง... เรามารู้ทีหลังว่า
เขาเป็นคนญี่ปุ่น แต่ที่พูดจีนได้บ้างเพราะไปอยู่จีน
มาแล้วเดือนกว่าๆ เขามีเวลา 4 เดือนสำหรับการ
ตะลอนทัวร์ครั้งนี้ พอรู้ว่าเรามาจากไทย เขาก็ร่ายยาว
ถึงสถานที่ที่เคยไปมาไม่ว่าจะเป็น กรุงเทพฯ เชียงใหม่
เชียงราย ภูเก็ต เกาะเต่า ฯลฯ
หนุ่มญี่ปุ่น อายุ 21 คนนี้ดูท่าจะเมานิดๆ และติดอ่างหน่อยๆ
หรือไม่ก็เรียบเรียงสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาเป็นคำพูดได้ไม่ทัน
เขาว่าเขาเป็นนักเรียน
So I have a lot of time but no money.
เดินทางคนเดียวไปเรื่อยๆ โดยหลีกเลี่ยงเครื่องบินซึ่งราคาแพง
I think i willl live here for a month,
very long time, then back to China.
--ห้าทุ่มครึ่ง ผมกลับมาบันทึกเรื่องราวต่อ
ในห้องพักโรงแรม นึกถึงสิ่งที่อยากทำ
สิ่งที่ควรทำ และ สิ่งที่ต้องทำ
ผมนับถือชายญี่ปุ่นไม่รู้ชื่อคนนั้น
มันต้องอาศัยความกล้าขนาดไหนนะ
สำหรับการเดินทางคนเดียวโดยปราศจากเพื่อน
เป็นเวลา 4 เดือน (หรือว่าเขาเพื่อนน้อยอยู่แล้ว?)
ผมกลับมาถามคำถามที่เลิกถามตัวเองไปนานแล้ว
"เราคือใคร?"
-- อีกไม่เกิน 10 นาที คงจะหมดเวลา
สำหรับคืนสุดท้ายในซาปา
ข้าวของคงทิ้งไว้จัดพรุ่งนี้เช้า
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม
แต่ ณ ตอนนี้
...
ผมคิดถึงตัวเองเหลือเกิน
ปล.รู้สึกแย่นิดหน่อยที่ไปคิดว่า "ไอ้หมอนี่มันแปลก"
ตอนที่เขาบอกว่าเดินทางคนเดียว 4 เดือน...
ทำไมต้องไปคิดว่าเขาแปลกด้วยวะ
แล้วมึงล่ะ? ปกติจังเลย!!