หลายอย่างกำลังจะไม่เหมือนเดิม
หรือพูดอีกที ไม่เคยมีอะไรเหมือนเดิมมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
ผมเริ่มเก็บของในลิ้นชักทิ้ง
บัตรเก่าๆที่ไม่ได้ใช้
นาฬิกาข้อมือตายแล้ว
กล่องใส่แว่น
แว่นหักๆ
ซองเอกสารที่ไม่เคยเปิดมาเป็นปีๆ
ผมพบว่ามันทำใจลำบากในช่วงแรก
ที่ต้องหยิบสิ่งของแต่ละชิ้นใส่ถุงพลาสติก
ที่ต้องหยิบสิ่งของแต่ละชิ้นใส่ถุงพลาสติก
เพราะทุกชิ้นมีความทรงจำอยู่
แม้จะเป็นความทรงจำงี่เง่าที่สุดก็ตาม
กล้องป๊อกแป๊กตัวแรกในชีวิต
นาฬิกาที่เคยใส่มาเป็นปีก่อนจะเลิกใส่
แว่นที่จำได้ว่าตอนซื้อแพงกระเป๋าฉีก
บัตรดูหนังฟรีที่เคยสัญญาว่าจะไปดูกับเพื่อน
บัตรคอนเสิร์ตที่เป็นหลักฐานว่าเราเคยไปมาแล้ว
พวงกุญแจที่เคยสะสม
โน้ตเตือนความจำเมื่อหลายปีก่อน
และวิธีที่ดีที่สุดในการโยนสิ่งเหล่านี้ทิ้งไปก็คือ
คิดซะว่า มันไม่มีอยู่จริง
ลิ้นชักที่ไม่เคยเปิดมาเป็นปีๆ
ถ้าวันนี้ไม่เปิด
สิ่งของต่างๆก็ยังจะนอนอยู่ข้างใน
โดยที่ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอะไรอยู่บ้าง
หากไม่รู้
มันก็ไม่มีอยู่จริง
ผมเริ่มทิ้งข้่าวของที่ไม่ได้ใช้ออกไป
เก็บมันใส่้ถุงแล้วมัด มัด มัด
ความทรงจำชิ้นเล็กชิ้นน้อยค่อยๆถูกบรรจุลงไป
ผมรู้ว่าผมจะลืมทุกอย่างที่ถูกทิ้งไปในเวลาไม่นาน
ไม่ต้องรอถึงเดือนด้วยซ้ำ
ส่วนบางอย่างที่ยังอยากเก็บไว้ก็ปล่อยให้มันนอนในลิ้นชักต่อไป
เสร็จไปแล้วหนึ้่งลิ้นชัก
ยังขาดกล่องใส่ของอีก 4 กล่อง
ลิ้นชักอีก 7 ลิ้นชัก
ชั้นวางหนังสือ 8 ช่อง
โต๊ะรกๆ
ที่วางของโชว์ 6 ช่อง
ที่รอให้ถูกจัดระเบียบใหม่
ถุงใส่ของถูกวางไว้ที่ริมถังขยะ
เสียดายนิดหน่อยที่ต้องทิ้งมันไป
แต่ในบางครั้ง
หากเราไม่ทิ้งมันไปซะบ้าง
ซักวันหนึ่ง
ไอ้ของพวกนี้มันคงกองสุมหัวผมจนผมหาทางออกไปเจอ
1 ลิ้นชักในวันนี้
คงเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ที่ดีพอสมควร
ผมพบว่าจริงๆแล้วไม่มีอะไรต้องเสียดาย
เพราะสิ่งที่หายไปเป็นเพียงสิ่งของ
ส่วนความทรงจำและความรู้สึกนั้น
มันคงหยิบทิ้งไม่ได้ง่ายๆอย่างนี้แน่นอน
พาลให้คิดไปว่า
หากสามารถเลือกทิ้งความทรงจำหรือความรู้สึกบางอย่างทิ้งไปได้บ้าง
คงดีไม่น้อยทีเดียว
ปล. ดีใจสุดๆที่ได้เริ่มเขียนอะไรบ้างหลังจากที่ไม่ได้เขียนไปนาน
ปล.2 ดีใจจริงๆ