**หมายเหตุ** สามารถคลิกที่ตัวอักษรสีเพื่อก้าวไปยังมุมอื่นของ [ห้องนอน]
ชีวิตมันก็เหี้ยแบบนี้ล่ะครับ
ตอนผมอยู่โรงเรียนอนุบาลจีนแถวเยาวราช
ผมได้พบกับ เพชรรัตน์
เด็กผู้หญิงที่ผมจำชื่อเล่นไม่ได้
แต่เธอคือผู้หญิงคนแรกที่ผมรู้สึกดีด้วย
พอเราขึ้นป.1
เพชรรัตน์เป็นหัวหน้าห้อง
ผมเป็นรองหัวหน้าห้อง
ผมจำไม่ได้หรอกว่าเราต้องทำงานร่วมกันขนาดไหน
แต่ผมจำได้ว่าผมรู้สึกดีกับเธอมากถึงมากที่สุด
ปีถัดมาผมก็ถูกย้ายโรงเรียน
จากโรงเรียนชายหญิงพุทธไปอยู่โรงเรียนชายล้วนคริสต์
แถมยังต้องซ้ำชั้นเรียนป.1ซ้ำอีกครั้ง
ชีวิตรักของผมดูจะจบสิ้นเอาก็ตอนนี้
ผมใช้ชีวิตช่วงป.1 ป.2 ในห้องสมุดซะเป็นส่วนใหญ่
ก่อนที่จะย้ายไปเป็นกองหลังบอลพลาสติก ตอนป.3
ต้องเล่นกันในสนามบาสเก็ตบอลร่วมกับทีมบอลอื่นๆอีก 4 ทีม
โดยมีลูกบาสอีก 5 ลูกให้ต้องโยกหลบกัน
และในทีมฟุตบอลนี้เอง
ที่ทำให้ผมได้พบกับ
"ไอ้แดง"
ไอ้แดงเป็นกองหน้า ผมเป็นกองหลัง
เราค่อนข้างจะสนิทกันเพราะมันออกจะเป็นคนบ้าๆบอๆ
มารู้ตัวอีกทีผมก็เริ่มไม่แน่ใจว่าผมชอบมันแบบเพื่อนรึเปล่า
เอาเข้าไป
นอกจากแก่แดดแล้วยังจะผิดเพศอีก
ชีวิตมันก็เหี้ยแบบนี้ล่ะครับ
ผมเริ่มมองมันบ่อยๆ
คิดถึงมัน
โทรคุยกับมันทีละนานๆ
มันก็คุยกับผมตามประสาเพื่อนธรรมดา
จนจบป.6 แล้วมันย้ายโรงเรียน
ส่วนผมยังเรียนต่อที่เดิม
นั่นล่ะครับ ทุกอย่างเลยจบลงที่เพื่อนสนิท
ผมโทรหามันปีละครั้งในช่วงคริสต์มาส
ชวนมันให้กลับมาที่งานโรงเรียน
ทำแบบนี้อยู่ 3 ปีแล้วก็เลิกไป
ช่วงม.ต้นผมพบกับผู้หญิงอีกคน
ที่ทำให้ชีวิตรักของผมสับสนอีก
เธอชื่อ ดวงตา
เราเจอกันในอินเตอร์เนต
แล้วก็แลกเบอร์โทรศัพท์กัน
แต่ผมไม่เคยโทรไปหาเธอเลยสักครั้ง
ไม่กล้าหรอกครับ
ตอนขึ้นม. 4 เธอต้องย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศ
ผมโทรศัพท์ไปที่คลื่นวิทยุครั้งแรกในชีวิต
ทำแบบที่วัยรุ่นทั่วไปทำกัน
ผมโทรตั้งแต่ 3 ทุ่ม แต่สายไม่ว่าง
ผมโทรแล้วโทรอีกจนกระทั่งติด
"พี่ครับ ... ขอเพลง พรุ่งนี้ ของศิรศักดิ์ ครับ"
"เก่าไปนะน้อง ใหม่กว่านี้ได้ไหมครับ"
"งั้นก็ ... ขอเป็นคนดีของเธอ"
"โอเคครับ"
"บอก่ว่า ให้ ตา จาก ทศ นะครับ"
เธอบินไปจากชีวิตของผม
โดยไม่รู้เลยว่าตี 2 ของวันเดินทาง
มีเพลงรักจากคนคนนึงส่งถึงเธอ
ผมจะเล่าข้าม "ไอ้เตอร์" ตอนม.2
แต่จะพูดถึง "ไอ้ไม้" เพื่อนสนิทตั้งแต่ม.ปลายจนถึงปัจจุบัน
ไม่ใช่เพราะไอ้เตอร์ไม่สำคัญ
แต่ไอ้ไม้เป็นคนแรกที่ทำให้ผมรู้จักกับคำว่า "รัก"
ตอนม.ปลายผมเกเรมากถึงมากที่สุด
มีไอ้ไม้นี่แหละครับที่ทำให้ผมรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้
ตั้งแต่ม.4 ผมมีกีต้าร์ตัวหนึ่งวางไว้หลังห้อง
ซึ่งเป็นที่รู้กันในห้องว่า
ถ้ากีต้าร์ไม่อยู่ และไอ้ทศไม่เข้าห้อง
แปลว่าทั้งคู่ต้องไปอยู่ที่ไหนสักที่นอกห้องเรียน
ไอ้ไม้เป็นคนแรกที่เจอที่ซ่อนลับของผม
มันเป็นคนแรกที่รู้ว่าผมฝันจะเป็นนักดนตรี
และมันคือนักร้องคนแรกของเพลงผม
ตกเย็นเราจะนั่งอยู่ใต้ต้นไม้หลังตึกเรียน
ผมเล่นเพลงที่ผมแต่งเอง
ส่วนมันเป็นคนร้อง
เสียงของมันก็ไม่ได้ดีสักเท่าไหร่
หน้าตามันก็ไม่ได้ถูกใจผม
แต่ผมก็ยังประทับใจเพื่อนคนนี้อย่างไม่มีเหตุผล
ไม่ต้องลุ้นหรอกครับ
ว่าผมจะได้เสียกับมันรึเปล่า
มันเป็นผู้ชาย 100% ครับ
มันแอบชอบเด็กผู้หญิงข้างห้องอีกคน
ที่มาแอบชอบผมอีกที
..
ชีวิตมันก็เหี้ยแบบนี้ล่ะครับ
ระหว่างที่ผมรู้จักกับไอ้ไม้
ผมก็แอบชอบคนอื่นไปทั่วเหมือนกัน
ตอนนั้นมั่นใจแล้วว่ายังไงตัวเองก็คงชอบผู้ชายไม่ใช่ผู้หญิง
แต่ก็ไม่มีใครสักคนที่ทำให้ผมรู้สึกว่ารักเป็นยังไง
ผมมีแฟนคนแรกตอนม.5
เป็นรุ่นพี่ในชมรมเดียวกัน
เราคบกันอยู่ 2 เดือนแล้วก็แยกทาง
แฟนคนที่สองเป็นรุ่นน้องที่เจอกันในค่าย
คนนี้ 3 อาทิตย์
หลังจากนั้นก็มีคนที่สาม สี่ ห้า ตามมาเรื่อยๆ
ไม้มันก็รู้เรื่องของผม
แต่มันไม่ว่าอะไร
"มึงจะเป็นอะไรก็เรื่องของมึง"
มันว่าอย่างนี้
ผมชอบคนง่าย
ถ้าชอบก็จีบ
ส่วนใหญ่ก็ติด
และสุดท้ายก็ยังไม่มีใครทำลายสถิติ
คบกันได้นานที่สุด 2 เดือน ของแฟนคนแรกได้เลย
ปัจจุบันผมยังเป็นเพื่อนสนิทกับไอ้ไม้อยู่
มันเป็นนักออกแบบอิสระ ส่วนผมเป็นคนวาดรูปประกอบหนังสือ
นานๆครั้งเราจะไปที่ร้านประจำของเพื่อนที่มหาวิทยาลัย
ผมเล่นกีต้าร์ มันร้องเพลง
ผมเคยถามตัวเองว่าทำไม
ผมถึงยังรักมันอยู่
รักอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับคนอื่น
และดูเหมือนว่าความรู้สึกนี้จะไม่มีวันลดลงหรือหายไป
ผมตอบไม่ได้
จนกระทั่งเมื่อสองสามวันก่อน
มันไปเจอแฟนเก่าของมันที่ร้านเหล้าร้านหนึ่ง
ผมเองก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย
มันเดินเข้าไปหาเธอ
เธอเดินหนี
มันเดินตาม
เธอเดินออกไป
มันเดินกลับมา
...
หลังร้านปิดมันนั่งเมาอยู่หน้าร้านกับผม
"ไอ้ทศ กูไม่เข้าใจเลยว่าทำไม
ทำไมกูถึงยังรักเค้าอยู่..."
มันพล่ามอะไรของมันเนิ่นนาน
ผม่ไม่รู้หรอกว่ามันพูดอะไรบ้าง
แต่เมื่อมันจบเรื่องราวด้วยคำว่า
"มึงว่าไง?"
ผมตอบมันไปโดยไม่ทันได้คิด
"เพราะมึงรู้ว่าชีวิตนี้มึงไม่มีวันที่จะได้เค้าแล้ว"
ชีวิตมันก็เหี้ยแบบนี้ล่ะครับ