วันนี้แหละฉันจะบอกเขาให้ได้
ฉันรู้ว่าความรักกับความผูกพันนั้นต่างกัน
ฉันเข้าใจว่าชีวิตคู่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งไปเลย
ฉันยอมรับว่ามันอาจจะเป็นไปไม่ได้
แต่ความหวังคือสิ่งที่ทำให้เรายังมีชีวิตอยู่ต่อไป
ถึงมันจะมาพร้อมกับความเสี่ยงที่จะผิดหวังก็ตาม
เขาไต่เพดานมาทักทายฉันในห้องนอนตามปกติ
ฉันยิ้มรับ... ฉันชอบมองตาของเขา
ยิ่งเวลาหนวดคู่นั้นตวัดพื้นผนังไปมา
มันทำให้ฉันหวั่นไหวเสมอ
"ไปแล้วเหรอโทน"
เขาหันกลับมายิ้มให้ฉัน
แล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องครัว
ฉันแอบตามเขาไป
เลาะไปตามเส้นทางอื่นที่เขาไม่รู้จัก
ฉันทำแบบนี้จนกลายเป็นเรื่องปกติไปซะแล้ว
ฉันเป็นห่วงเขาเพราะ...เขาบินไม่ได้
ไม่เหมือนกับตัวอืนๆ
หากถูกจับได้เขาก็หมดทางสู้
ทำได้แค่วิ่งหนีเท่านั้น
ฉันจำเป็นต้องรออยู่ตรงนั้น
เพื่อเขา ไม่ให้เขารู้ตัว
แต่ไม่ใช่วันนี้
ฉันมองเขาจากริมผนังห้องครัวฝั่งเดิม
หายใจไม่เป็นจังหวะ
วันนี้ฉันจะบอกเขา...
บอกความรู้สึกของฉัน...
มันไม่เกี่ยวว่าฉันจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับเขาหรือเปล่า
มันอยู่ที่ว่า... ฉันกล้าพอ ที่จะบอกเขาแล้ว
"โทน"
เขาตกใจโผล่พรวดออกมาจากถุงขยะในห้องครัว
ตาซุ่มซ่าม... เป็นอย่างนี้ทุกที
ฉันยิ้มให้เขา ดูท่าทางเขาประหลาดใจอยู่เหมือนกัน
เราย้ายไปนั่งข้างๆถุงดำใบโตนั้น
เขาคงรู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องปกติ
ข้างถุงสีดำใบโต
ฉันนั่งพิงผนังห้อง
เขานั่งพิงถุงดำ
...
ถ้าความเงียบแทนคำพูดได้เป็นร้อย
ตอนนี้ฉันคงคุยกับเขาไปเป็นล้าน
เราไม่ได้พูดอะไรกันเลยแม้แต่คำเดียว
ดูเหมือนว่าเขาจะรู้มาตั้งแต่แรกแล้ว
เขาเอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง
คืนนั้น โทนออกจากบ้านแล้วไม่กลับมาอีก
ฉันนึกถึงวันที่เราเคยได้คุยกันเรื่องความฝัน
ฉันอยากจะมีครอบครัว
มีลูกตัวเล็กๆสักสองสามตัว
จับพวกเขามาตีเวลาที่ไปแกล้งร้องทักคนในบ้าน
เขาอยากจะบินได้
อยากจะเป็นเหมือนเพื่อนคนอื่น
โทนก้าวออกไปไกลจากฉันอีกทุกครั้งที่เขาพูดถึงความฝันของเขา
และเราทั้งคู่รู้ว่าความฝันของพวกเรา
ไม่มีอีกตัวอยู่ในนั้น
แดดบางๆส่องเข้ามาในห้อง
ยามเช้าเดินทางมาพร้อมกับเสียงนกร้อง
ฉันมองไปที่รังของเขา
เขาจากไปแล้ว
จากไปพร้อมกับความฝัน
สำหรับฉัน
...
หากเขากลับมา
ฉันอาจจะลองใช้เสียง
สื่อความรู้สึกของฉันแทนความเงียบดู
ถ้ารักและผูกพันได้ด้วยนี่.. เอิ่ม