ตี 5กว่าแล้ว ไอ้เอ็มยังไม่นอน
มันง่วนอยู่กับเรื่องย่อของละครทีวียาว 30 นาที
ที่ต้องส่งอาจารย์ในอีก 5 ชั่วโมงข้างหน้า
กระดาษบนโต๊ะของมันยังว่างอยู่
ส่วนถังขยะข้างตัวมันมีเศษกระดาษขยำทิ้งเต็มไปหมด
เดาได้ว่าคงเป็นเรื่องที่มันไม่ถูกใจ
มันไม่ยอมใช้คอมพิวเตอร์
มันบอกว่าแม่มันสอนว่าคอมพิวเตอร์ทำให้ตาเสีย
มันไม่ใช้เครื่องพิมพ์
ไม่ใช่เพราะไม่ชอบ
แต่หายาก ขี้เกียจหา และมันไม่ได้อยากเป็นนักเขียน
มันเขียนวิชานี้เพื่อส่งงานก็แค่นั้น
แสงจากโคมไฟ
ที่มันซื้อมาใช้เพราะเกรงใจเวลาทำงานดึก
ก็ยังคงแยงตาผมอยู่ดี
ผมพลิกตัวสองสามทีแรกเพื่อหลบแสง
แล้วพลิกเพิ่มอีกสองสามที
เพื่อให้มันรู้ว่าผมไม่ได้หลับอยู่
"โทษที ทำมึงตื่น งานกูยังไม่เสร็จเลยว่ะ"
"ไม่ต้องขอโทษหรอก กูไม่ได้นอนตั้งแต่แรกแล้วล่ะ"
"มีคนเคยบอกกูว่าเวลาจะเขียนอะไร
ให้เริ่มจากเรื่องรอบๆตัวก่อน
มองรายละเอียดเล็กน้อยแล้วค่อยเขียน
ฟังเสียงที่เกิดขึ้นแล้วค่อยเขียน
รู้สึกอะไรก็เขียนไปอย่างนั้น
มึงรู้มั้ยว่ากูได้อะไร
กูเห็นยุงบินเอากัน
กูได้ยินเสียงหมาเย่อกันตรงถนนข้างหน้า
กูรู้สึกว่าห้องข้างบน...กำลังต่อยกสาม
มึงรู้สึกเหมือนกูมั้ย"
ผมเปลี่ยนมานั่งบนเตียง
ควานหาแว่นตาที่โยนลงไปที่พื้นเมื่อคืน
"กูจะบอกให้ว่าตอนนี้กูรู้สึกยังไง
กูจะฆ่ามึงเพราะมึงเปิดโคมไฟทำการบ้าน
แล้วแสงแยงตากู กูนอนไม่หลับ"
แว่นตกอยู่ใต้เตียง
ผมขยับตัวเพื่อหยิบมันขึ้นมา
คล้องลงกับหู
ค่อยยังชั่ว ภาพห้องค่อยชัดเจนขึ้นหน่อย
ไอ้เอ็มตายแล้ว
มันนอนจมกองกระดาษที่ยังเขียนไม่เสร็จ
เลือดเปรอะการบ้านมันเต็มไปหมด
แต่ก็คงไม่เป็นไรแล้ว เพราะมันยังไม่เสร็จ
มันนั่งก้มหน้าหัวติดอยู่กับโต๊ะ
โคมไฟเลอะเลือดเต็มไปหมด
โดยเฉพาะจุดที่ไปกระแทกหัวมัน
ไฟเริ่มติดๆดับๆ
สักพักหนึ่งก่อนที่ห้องจะตกอยู่ในความมืด
สมน้ำหน้ามึง
จะ 6 โมง แล้ว
ผมนอนอยู่บนเตียง
ไอ้เอ็มนั่งตายอยู่ที่โต๊ะ
ยุงยังขี่กันอยู่
หมาที่ถนนยังเย่อกันไม่เสร็จ
ห้องข้างบนเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ
แต่ตอนนี้ทั้งห้องมืดสนิท
ผมหลับได้ซะที
หลังจากที่ต้องทนมันมาทั้งคืน
"เชี่ย"
แดดค่อยๆลอดเข้ามา