วิชาญชอบสเต๊ก
แต่
นิสาชอบส้มตำ
วิชาญขับเบนซ์
แต่
นิสานั่งขนส่งมวลชน
วิชาญดื่มไวน์
แต่
นิสาซดกระเจี๊ยบ
วิชาญฟังบลูส์
แต่
นิสาเต้นหมอลำ
วิชาญชอบสีน้ำเงิน
แต่
นิสาชอบสีแดง
อย่างไรก็ตาม
ทั้งคู่จะแต่งงานกันคืนนี้
วิชาญ ในชุดเจ้าบ่าว มองตัวเองในกระจก
เป็นครั้งที่ร้อยเห็นจะได้ เขาจัดสูทให้เข้าที่เข้าทาง
ยิ้มกับตัวเองแล้วหยิบสุนทรพจน์ที่เตรียมไว้ขึ้นอ่าน
"ครั้งแรกที่ผมพบกับสา เธอเป็นครูสอนเด็กอนุบาล
ในโรงเรียนที่บริษัทของเราเข้าไปช่วยเหลือ พอสา
เดินออกมาจากตึกเรียน ผมกลายเป็นเด็กใจแตก
หลงรักครูสาเอาตอนนั้นเลยครับ (เว้นที่ว่างให้แขก
หัวเราะพอประมาณ)
สาเป็นคนเรียบง่าย ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย แต่การที่
จะชนะใจผู้หญิงคนนี้ไม่ง่าย หลายครั้งเธอบอกกับ
ผมว่า
'กลับไปเถอะ เราไม่เหมาะสมกันหรอก'
ผมไม่เชื่อครับ ต้องเป็นเธอคนนี้เท่านั้น... ไม่มีใคร
ที่ไหนอีกแล้วนอกจากนิสา วันนี้ นับตั้งแต่วินาทีนี้
เป็นต้นไป ผมสัญญาว่าผมรักเธอ และจะไม่ทำ
ให้ผู้หญิงคนนี้เสียใจ ตลอดชีวิต..."
วิชาญรู้สึกว่ามันน้ำเน่าไปนิดๆ แต่เขาก็ยิ้ม
อย่างพอใจให้ตัวเอง ทุกอย่างพร้อมแล้ว เขาเดิน
ออกจากห้องด้วยความตื่นเต้น ที่หน้าประตูบ้าน
เบนซ์สีดำคันงามจอดอยู่ คนรับรถเปิดประตูให้เขา
วิชาญก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ
หนุ่มน้อยหยิบรูปของเจ้าสาวขึ้นมาดูอีกครั้ง
มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ นิสาในชุดครูดูอบอุ่นและใจดี
เขาสงสัย... นิสาในชุดแต่งงานจะสวยกว่าชุดครูหรือ
เปล่านะ?... ตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่... เธอกำลัง
ตื่นเต้นเหมือนเขาหรือเปล่า?
----------------
นิสาในชุดแต่งงาน เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้โยก
ตัวโปรดแววตาจดจ่ออยู่กับพื้นไม้ผุๆของตัวบ้าน
ริมระเบียงที่เธอคงไม่มีวันได้กลับมานั่งอีก
เธอกำลังคิด...คิดถึงอนาคตของเธอและวิชาญ...
แล้วรอยยิ้มจางๆก็ปรากฎที่มุมปาก แต่เมื่อผสาน
รอยยิ้มนั้นกับแววตาของเธอ กลับให้ความรู้สึก
เศร้าอย่างบอกไม่ถูก
"รถมาแล้วนะ สา" เสียงแม่ของเธอร้องเรียก
"สายังแต่งตัวไม่เสร็จเลยค่ะ แม่ช่วยสาหน่อยสิ"
"อะไรของแก นี่มันกี่โมงแล้วยังแต่งตัวไม่เสร็จอีก"
แม่ของสาปรากฎตัวขึ้นที่ริมระเบียง
เธอนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วเดินเข้าไปหาสา
"สาทำถูกแล้วใช่ไหมคะ"
"แม่เคารพการตัดสินใจของแก"
"หนูไม่อยากให้แม่เคารพการตัดสินใจของหนู
หนูอยากให้แม่บอกมาเลยว่าแม่คิดยังไง...
ไม่ต้องอ้อมค้อมได้ไหมคะ..."
ความเงียบที่เนิ่นนานแทรกตัวระหว่างหญิง
ทั้งสองสายตาที่จ้องมองกันราวกับว่าจะอ่านใจกัน
ให้ออก และแล้วหญิงผู้เป็นแม่ก็เปล่งเสียงออกมา
"แกแต่งชุดนี้ขึ้นเหมือนกันนะ"
---------------
ภายในงานแต่งงาน แขกเหรื่อมากมาย
ถูกแบ่งออกเป็นโต๊ะๆ ทั้งงานรวมได้ประมาณห้าสิบ
แน่นอนว่า สี่สิบห้า เป็นญาติมิตรของวิขาญ ส่วน
ห้าโต๊ะของนิสานั้น ตอนนี้มีเพียงแม่ ลุงมี ตาอิ่ม
ยายแหวน และย่าแดง
เสียงผู้คนหัวเราะเฮฮา คู่บ่าวสาวดูเหมาะสม
กันมากไม่น่าเชื่อว่าเจ้าสาวเป็นครูบ้านนอก เพราะ
เธอดูโดดเด่นในชุดสีขาวบริสุทธิ์ ผมเกล้าไว้อย่าง
เรียบร้อย แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกนักที่หญิงสาว
จะดูสวยกว่าปกติในคืนแต่งงาน
ไช โย!!
ไช โย!!
ไช โย!!
แก้วทุกใบจรดลงบนริมฝีปากของผู้เป็น
เจ้าของนิสาบนเวทีเบือนหน้าลงไปยังโต๊ะที่
แม่เธอนั่งอยู่ เธอสบตาแม่ ในขณะที่วิชาญเริ่ม
อ่านสุนทรพจน์ ช่วงเวลาชั่วครู่แต่กลับดูเหมือน
ยาวนานสำหรับเธอ เธอคิดย้อนไปถึงวันที่เธอ
พบวิชาญ
เสียงปรบมือโห่ร้องดังกึกก้องหลังจาก
วิชาญกล่าวสุนทรพจน์ของเขาเสร็จ เขายิ้มอายๆ
ให้นิสา เธอหัวเราะนี่แหละผู้ชายคนที่เธอจะแต่งงาน
ด้วย คนที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอบนเวที เธอขยับตัว
เข้าไปใกล้ไมโครโฟน ก่อนที่จะเปล่งเสียงออกมา
"สาพูดไม่ค่อยเก่งเหมือนชาญนะคะ ต้อง
ขอโทษเอาไว้ก่อน แต่รับรองค่ะว่าสาไม่น้ำเน่า
เหมือนตานี่แน่นอน
ชาญพูดไปแล้วว่าเราเจอกันยังไง และเขา
รักสายังไงงั้นสาก็น่าจะพูดด้วยว่าทำไมสาถึงรักชาญ
สารู้ค่ะ ว่าถ้าแต่งงานกับชาญแล้ว โรงเรียนของสา
จะได้ไม่ต้องปิดตัวลง สารู้ค่ะ ว่าหลายคนในที่นี้คิด
ว่าสาจะมาเกาะสามีกิน สาเข้าใจและขอให้ทุกคน
วางใจได้ สารู้ถึงผลของการแต่งงานครั้งนี้ครบทุก
ประการ"
แขกทุกคนในงานเงียบกริบ แม้กระทั่งวิชาญ
ก็ยังดูเหมือนจะตกใจมากกับสิ่งที่นิสาเพิ่งพูดออกไป
"แต่ก็อย่างที่สาบอกไป สากำลังจะพูดว่า
สารักชาญได้ยังไง และนั่นเป็นเรื่องของเหตุ
สาไม่รู้หรอกค่ะ ว่าไอ้ที่เมื่อสักครู่สาพูดมาทั้งหมด
มันจะเกิดขึ้นจริงๆหรือไม่ และสาก็ไม่ต้องการที่จะรู้
สาแต่งงานกับชาญเพราะเหตุ และเหตุนั้นก็คือ
สารักชาญเหตุผลเดียวเท่านั้น
ขอโทษทุกท่านด้วยนะคะ อุตส่าห์บอกแต่แรก
ว่าจะไม่ทำตัวน้ำเน่า แต่ก็อดไม่ไหวจริงๆ"
เธอเดินหลบออกมาจากไมโครโฟน
แขกทั้งงานยังคงเงียบอยู่ พวกเขาไม่เข้าใจสิ่งที่
นิสาพูด หรือถ้าเข้าใจเนื้อความก็ยังไม่เข้าใจเจตนา
ว่าเธอพูดทำไม แต่หากจะมีใครเข้าใจอยู่บ้าง ก็คง
เป็นแม่ของนิสา
เธอยิ้มให้กับลูกสาวอย่างอ่อนโยน เป็นรอยยิ้ม
ที่นิสาจะจำไปจนวันตาย