ฉันรู้ว่าถ้าฉันสั่งเกาเหลาเลือดหมู
ฉันจะต้องสั่งข้าวเปล่าอีกหนึ่งจาน
เพราะบางร้านถือว่าการสั่งเกาเหลา
ไม่ได้หมายรวมถึงการสั่งข้าวเปล่าด้วย
เลือดหมูเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก
มันเป็นอาหาร และยังเป็นชื่อของสีสัน
จะมีอาหารชนิดใดที่มีสีเป็นตัวของตัวเอง
จนกระทั่งได้รับยกย่องเป็นชื่อสี
นอกจากเลือดหมูแล้ว
สารภาพตามตรงว่าฉันยังคิดไม่ออก
"ความรู้มีอยู่เมื่อเรารับรู้ว่ามันมีอยู่"
คริสตอฟ มาฮายัด
นักปรัชญาคนหนึ่งเคยกล่าวไว้ในหนังสือของเขา
"The Truth"
ดังนั้นสีที่เกิดจากชื่ออาหารจะมีอยู่แค่ชนิดเดียว
ณ ร้านอาหารแห่งนี้ ในเวลานี้ ที่จุดนี้
เพราะฉันรับรู้อยู่คนเดียวเท่านั้น
อัลเบิร์ต เคนท์ นักธรณีวิทยา
กล่าวถึงปรากฏการณ์แผ่นดินไหวทั่วโลก
ว่าจริงๆแล้วมีความถี่ที่ชัดเจนอยู่
เช่นเดียวกับความถี่ในการหายใจ
ความถี่ที่มีอยู่ในธรรมชาติ
ล้วนมีรูปแบบตายตัวเป็นของตัวเอง
จังหวะการจ้วงช้อนของฉันลงไปในชามเกาเหลา
และนำกลับมาราดลงบนจานข้าว
จังหวะที่กรามบนและล่างของฉันทำงาน
และกลืนทุกอย่างลงท้อง
มีความถี่ที่ชัดเจนกำหนดไว้แล้ว
จนบางทีฉันอดสงสัยไม่ได้
ว่าเราสามารถปฏิเสธกฎเกณฑ์เหล่านี้ได้หรือไม่
ฉันเกลี่ยเมล็ดข้าวในจานไปเรื่อยๆ
มองดูมันเหมือนหมู่ดาวที่ลองลอยอยู่บนฟ้า
เอกภพในจานข้าว
ฉันรู้ว่าตัวเองฟุ้งซ่าน
แต่ความฟุ้งซ่านไม่ใช่หรือ
ที่ทำให้โลกนี้เกิดสิ่งใหม่ๆขึ้นมากมาย
โทมัส ลอยด์ คงไม่อาจพบยางมะตอย
หากเขาปราศจากความใคร่รู้
หลุยส์ จอห์น เปรโตคงไม่อาจสร้างเครื่องปิ้งขนมปัง
หากเขายังชินชากับการทอดขนมปังเหล่านั้นบนกระทะ
ปีเตอร์ โรบิน คงไม่คิดค้นฟิลเตอร์กล้อง
หากเขาไม่เห็นว่าการถ่ายรูปต่างเวลาทำให้สีของรูปแปลกไป
นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง
นักปรัชญามากมาย
มีตัวตนอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน
เพียงเพราะการสังเกตสิ่งเล็กน้อยรอบตัว
ผสมกับความฟุ้งซ่านอีกนิด
แล้วทำไมฉันจะหมกมุ่นกับการเกลี่ยเมล็ดข้าวในจานไม่ได้
บางทีฉันอาจพบวิธีอธิบายความเป็นไปของโลก
ด้วยการขยับช้อนเพียงครั้งเดียว
มีหนังสือที่ฉันรักมากเล่มหนึ่ง
"ความรักของโจนาธาน"
ชื่อหนังสือเห่ยๆ
เหมือนกับจะเป็นหนังสือนิยายอีโรติคตามร้านหนังสือทั่วไป
แต่ฉันรักหนังสือเล่มนี้
มุมมองความรักของโจนาธานที่มีต่อแมรี่
ไม่ได้แตกต่างอะไรกับเกาเหลาเลือดหมูและข้าวเปล่า
ความเข้ากันที่แท้จริงคืออะไร
ในเมื่อข้าวเปล่าสามารถกินกับอะไรก็ได้
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าคู่ที่แท้ของเราคือใคร
ในเมื่อเราเข้าได้กับทุกคน
ความฟุ้งซ่าน จานข้าว และเกาเหลาเลือดหมู
แสดงถึงความเป็นไปในโลกนี้มากมาย
ฉันรู้ว่าตอนนี้คุณเริ่มคิดว่าฉันงี่เง่า
อาจจะบ้า หรือ ประสาท
แต่คุณจะว่าอย่างไร
ถ้าฉันจะบอกว่านอกจากปรัชญา ความรัก
ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์บางอย่าง
ความฟุ้งซ่าน จานข้าว และเกาเหลาเลือดหมู
ยังสามารถอธิบายเรื่องสงครามและสันติ
ได้ละเอียดกว่า "War and Peace"
ตำราชื่อดังของนักเขียนชาวอังกฤษ
ผู้ได้รับรางวัลโนเบลครั้งที่ 12
ฉันเชื่อว่าถ้าฉันอธิบายออกมาอย่างละเอียด
คุณจะเข้าใจชัดเจน และเถียงฉันไม่ได้สักคำ
เกาเหลาเย็นชืดแล้ว
ส่วนข้าวเองก็เย็นชืดไม่แพ้กัน
ฉันจะไม่เล่าเรื่องของเกาเหลามากไปกว่านี้
เพราะฉันรู้ว่าคุณคงเบื่อเต็มที
มีแค่เรื่องสุดท้าย
ที่ฉันจำเป็นต้องบอกคุณ
ก่อนที่คุณจะจากฉันไป
และฉันอยากให้คุณตั้งใจฟัง
ชื่อบุคคล
หนังสือ
หรือรางวัล
ที่ปรากฎในเรื่องสั้นเรื่องนี้ทั้งหมด
ไม่มีอยู่จริง
ขอบคุณที่ติดตาม
** ขอบคุณ PURT23 และ NP สำหรับแรงบันดาลใจ **
** เรื่องสั้นนี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อความกวนตีน แต่อยากบอกว่า
ในโลกที่มีข้อมูลมากเกินไป สิ่งใดจริงหรือเท็จ เราไม่อาจคาดเดาได้เลย**
**edit** .... PURT23 และ NP มีอยู่จริง