น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าทิ้งตัวลงบนที่นอนอย่างเกียจคร้าน ก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่าสิ่งที่มันควรทำไม่ใช่การกลิ้งอยู่บนผ้าห่ม แต่คือการซึมลงไปในเนื้อผ้า ทะลุไปทักทายปุยนุ่นก่อนที่จะแห้งระเหยกลายเป็นไอ วนเวียนอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมใบยักษ์นี้จนกว่าจะมีใครสักคนเปิดช่องข้างๆกล่องนั้น
จิ้งจกที่เกาะอยู่บนเพดานก้มลงมองเจ้าของหยดน้ำตาอย่างสงสัย มันมีคำถามมากมายที่อยากจะถามแต่จิ้งจกน้อยเข้าใจดี ไม่มีใครเข้าใจภาษาของมันหรอก โดยเฉพาะพวกมนุษย์ ไม่ว่าจิ้งจกน้อยจะพูดอะไรมนุษย์ก็ทึกทักไปเองว่ามันเตือนไม่ให้ออกจากบ้าน
"ไม่มีใครเข้าใจฉันหรอก
ไม่มีเลย
ไม่มีสักคน"
สิ้นเสียงของหญิงสาวจิ้งจกขมวดคิ้วของมันเข้าหากัน เจ้าของน้ำตาเพิ่งสร้างคำถามใหม่ ทำไมล่ะ ในเมื่อมันเองก็ไม่มีคนเข้าใจเหมือนกัน แต่มันกลับไม่รู้สึกอยากจะขับของเหลวออกมาจากกระบอกตา มนุษย์นี่แปลก คิดได้ดังนี้แล้วเจ้าตัวเกาะผนังก็วิ่งรี่กลับไปยังที่อยู่ของมัน
แสงดาวเองก็ยังแอบมองเจ้าของน้ำตาผ่านทางช่องของกล่องสี่เหลี่ยม แต่มันมองเพียงครู่หนึ่งแล้วก็หนีจากไปยังกล่องอื่น แสงดาวอยากรู้ว่าในค่ำคืนนี้มีคนปล่อยหยดน้ำตากี่คน และมันต้องรีบทำเวลาก่อนที่รุ่งเช้าจะตอกบัตร
ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศกำลังตัดสินใจว่าจะพัดเข้าไปปลอบมนุษย์ผู้นี้ดีไหม อันที่จริงลมเย็นตัดสินใจเสร็จแล้วแต่มันยังนึกคำสวยงามไม่ออก มันไม่แน่ใจว่าจะใช้สรรพนามแทนตัวเองว่าอะไร และแน่นอน สรรพนามแทนมนุษย์ผู้นั้นด้วย ในที่สุดลมเย็นก็ตัดสินใจได้ในจังหวะเดียวกับที่มนุษย์ผู้นั้นเดินไปปิดเครื่องปรับอากาศ
หยดน้ำตาชุดที่สองถูกไล่ออกมาจากร่างกายอีกครั้ง พวกมันค่อยๆทิ้งไหลไปตามโหนกแก้มพลางตื่นเต้น มันไม่อยากหล่นลงบนพื้นไม้ปาร์เก้เพราะมันอาจจะถูกเหยียบ ถูกเช็ด ถูกทำร้ายก่อนที่จะได้ระเหย หยดน้ำตาเกาะปลายคางของหญิงสาวไว้แน่นแต่พรรคพวกที่พรั่งพรูออกมาจากนัยน์ตาหญิงสาวตามมาสมทบจนกระทั่งเกือบจะต้านแรงโน้มถ่วงไม่ไหว แล้วอยู่ดีๆหญิงสาวก็ปาดทีมน้ำตาเสี่ยงตายให้ไปติดอยู่ตามมือแทน
เธอเดินเข้าห้องน้ำแล้วจ้องมองเงาตัวเองในกระจก เช่นเดียวกับที่เงาในกระจกจ้องมองเธอ เงากำลังอารมณ์เสีย ก่อนที่เธอจะมาส่องกระจกนั้นเงากำลังเล่นโป๊กเกอร์อยู่กับเงาเพื่อนสนิทของเธอ เงากำลังมีความสุข แล้วอยู่ดีๆก็ถูกเรียกมาทำหน้าเศร้าเปื้อนรอยน้ำตา เงาภาวนาให้เธอเดินลับกระจกไปเร็วๆหรืออย่างน้อยก็เบี่ยงสายตาไปทางอื่น แต่ไม่ ... หญิงสาวจ้องเงาของตัวเองตาไม่กระพริบ เงาพยายามอ่านความคิดของเธอ แต่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ในที่สุด หญิงสาวก็ละสายตาจากกระจกก้มลงไปล้างหน้า
คราบน้ำตาบางส่วนที่ไม่ถูกปาดไปอยู่ที่มือหรือทิ้งให้ซึมอยู่กับผ้าห่มถูกชะออกไปรวมกับกระแสน้ำประปาเชี่ยวกราด ทั้งสองฝ่ายทักทายกันพอเป็นพิธีแล้วจับมือกันไหลลงไปตามท่อประปา
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองกระจก เงาตกใจสะดุ้งตามขึ้นมา คราวนี้ความเศร้าบนใบหน้าของเธอหายไป เงารู้สึกได้ถึงความรู้สึกใหม่ มันเป็นครั้งแรกที่เงาอยากจะเอ่ยปากถามหญิงสาว ละเมิดกฎของเงาที่ต้องทำตามเจ้าของ แต่หญิงสาวหันหลังกลับเข้าห้องไปเสียก่อน เงาจึงเดินแกร่วกลับไปเล่นโป๊กเกอร์เหมือนเดิม
เธอเดินไปปิดไฟแล้วกลับไปที่เตียง ห่มผ้าและหลับตาลง แทบจะทันทีที่เธอหลับสนิท ความมืดซึ่งแอบดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ตามมุมต่างๆที่แสงสว่างเข้าไม่ถึง ก็รีบดิ่งไปยังผ้าห่มทันที
"นี่" ความมืดเรียกหยดน้ำตา
"อะไร" หยดน้ำตาบางส่วนเริ่มแห้งไปแล้ว ที่เหลืออยู่กำลังหยอกล้อกับปุยนุ่น
"เธอคือความเศร้าเหรอ"ความมืดถาม
"เปล่า พวกเราคือหยดน้ำตา"
"งั้น... เธอแบกความเศร้าได้เหรอ" ความมืดยังคงเซ้าซี้
"เปล่า พวกเรามาตัวเปล่า ไม่ได้แบกอะไรมาด้วย"
"เหรอ" ดูเหมือนความมืดจะไม่ค่อยพอใจกับคำตอบ "ถ้าอย่างนั้น ทำไมเจ้านายเธอถึงหายเศร้าหลังจากที่พวกเธอออกมาล่ะ"
"อย่ามาโทษพวกเรานะ" หยดน้ำตาโกรธ "พวกเราถูกสั่งให้ออกมาเราก็ออกมา แค่นั้นแหละ ถ้าอยากรู้ว่าความเศร้าหายไปในก็ไปถามความเศร้าโน่นไป!"
ความมืดสงสัย
ความมืดอยากรู้ว่าความเศร้าหายไปไหน
ความเศร้าไม่ได้อยู่กับหยดน้ำตา
ความเศร้าเองก็ไม่ได้อยู่กับความมืด
หรือว่าจะเป็นความเงียบกับความเหงา
แต่ไม่หรอกเพราะความเงียบกับความเหงาเป็นเพื่อนสนิทกับความมืด
ความมืดรู้ดีว่าเพื่อนของเขาก็ไม่ได้คบกับความเศร้า
อ้าว แล้วความเศร้าหายไปไหนล่ะ?
ความมืดคิดแล้วคิดอีกจนกระทั่งตัดสินใจได้ว่า
"รู้ไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา"
แล้วความมืดก็ทำหน้าที่ของมันต่อไป
2005/Dec/03
โปรดร่วมกันสนับสนุน Nathalie Fuck My Friend's Boy Friend Art Project กรุณาเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่บลอกของฉัน
ความเศร้า น่าจะอยู่ที่ใจ และสมอง มั้งค่ะ
ถ้าเราเลิกคิดว่าเราเศร้า
เราสลัดไปได้ ทั้งใจ และสมองเล้ย
เราก็คงไม่เศร้า
ส่วนน้ำตาน่ะ มันทำให้เราแข็งแรงและฉลาดขึนด้วยค่ะ
เพราะทุกครั้งที่เราสั่งน้ำตาให้ออกมา
หลังจากที่น้ำตาแห้งแล้ว
สมองมักจะสดใส และคิดอะไรได้มากขึ้น
แล้วเราก็จะรับได้ค่ะ หากต่อไปเราต้องเผชิญกับเรื่องราวแบบนี้อีก
ถ้าเราเลิกคิดว่าเราเศร้า
เราสลัดไปได้ ทั้งใจ และสมองเล้ย
เราก็คงไม่เศร้า
ส่วนน้ำตาน่ะ มันทำให้เราแข็งแรงและฉลาดขึนด้วยค่ะ
เพราะทุกครั้งที่เราสั่งน้ำตาให้ออกมา
หลังจากที่น้ำตาแห้งแล้ว
สมองมักจะสดใส และคิดอะไรได้มากขึ้น
แล้วเราก็จะรับได้ค่ะ หากต่อไปเราต้องเผชิญกับเรื่องราวแบบนี้อีก
เคยมีไหมที่จะอ่านหนังสือสักเล่มแล้วไม่กล้าอ่านต่อ เพราะรู้สึกว่ามันเขียนดีจับใจ
คุณทำให้รู้สึกได้อ่านนั้นทุกทีที่อ่านเลย แวะมาทักทายในช่วงเดือนมืดและวันที่ทำให้เราเห็นดาวได้ชัดเจน
คุณทำให้รู้สึกได้อ่านนั้นทุกทีที่อ่านเลย แวะมาทักทายในช่วงเดือนมืดและวันที่ทำให้เราเห็นดาวได้ชัดเจน
จริงงงๆๆๆไม่มีใครเข้าใจฉันหรอก
ไม่มีๆๆๆๆไม่มี๊ไม่มี...ก็บอกว่าไม่มีไงเดี๋ยวปั๊ดดดด...
คนดี..เขาล้อเล่นนนน..
(ดีจังเลยค่ะเรื่องนี้)
โยก็คือฟามมืดนั่นเอง....
เฮอ
กะเวลา-ไปไหน-ใคร-ๆ-ก็เรียก
"น้องดำๆ"
จะไปล่ะนะ
ปล. วันหลังเอาไปด่ามั่งดีกว่า ด่าแม่เลย
"แม่มึงน่ารักจังอ่ะไอ่......"
(เหอะ..ไม่ใช่บล๊อกตัวเองไม่ก้าด่า)
ปายนะ
หลับฝันดีอย่าลืมแปรงฟันล่ะ
แม่บอกแมงจะมากินฟัน..
อ๊ะ..อย่าลืมเอาผ้าขนหนูผืนเล็กๆมาวาง
บนหมอนด้วยคะ
เผื่อน้ำยายไหย..ยืดดด
โห๊ะโฮ๊ะ!!!
i really like the way you write it