ไปค้นเจอ.... เขียนไว้นานแล้ว
16 ตุลาคม 2547
21/445 ซ.ลบเลือน ถ.ชีวิต
แขวงสลด เขตสงัด
กรุงเทพ xxxxx
กราบเรียน อาจารย์ ที่เคารพ
สวัสดีครับอาจารย์ อาจารย์สบายดีหรือเปล่าครับ ไม่ได้เขียนหาอาจารย์ซะนาน ช่วงนี้ไข้หวัดนกกำลังระบาดอยู่ รักษาสุขภาพด้วยนะครับ เดี๋ยวจะเป็นอะไรไปซะก่อน ((ผมรู้น่าว่าความจริงแฟนอาจารย์ก็ดูแลอยู่ ^^))
ขอโทษที่ไม่ได้ติดต่ออาจารย์ซะนาน หลังจากที่ผมย้ายโรงเรียน มันมีอะไรแปลกๆเข้ามาในชีวิตผมมากขึ้นเยอะเลยล่ะครับ ให้เขียนเล่าในจดหมายฉบับนี้ก็คงจะเล่าไม่ได้หมดทุกรายละเอียด เดี๋ยวไว้วันไหนผมแวะไปที่โรงเรียน ผมจะไปเล่าให้อาจารย์ฟังแบบละเอียดเลยดีกว่า ตอนนี้ผมจะเล่าคร่าวๆก่อนก็แล้วกันนะครับ ^^
ชีวิตผมที่โรงเรียนใหม่แห่งนี้มันก็ไม่ได้เลิศเลออะไรหรอกครับ ถึงคนอื่นจะมองว่ามันเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียง แต่สำหรับผม ผมว่ามันก็คือโรงเรียนธรรมดาอีกโรงเรียน ทุกโรงเรียนเหมือนกันหมดแหละครับ มีเด็กดี เด็กไม่ดี เด็กเรียน เด็กกิจกรรม มันขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกที่จะเป็นแบบไหน เป็นอะไรซะมากกว่า
บางคนชอบโรงเรียนนี้เพราะว่าเด็กเรียนเก่งทุกคนมาอยู่ที่นี่ เพราะอาจารย์สอนดี หรือเพราะอะไรก็ตามแต่ แต่สิ่งที่ทำให้ผมชอบโรงเรียนนี้กลับเป็นเพราะมันทำให้ผมรู้ว่า โลกนี้มันยังมีที่อีกกว้างให้เราเดินทางไปเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ในโรงเรียนเท่านั้นมันเหมือนกับสนามเด็กเล่นที่มีเครื่องเล่นมากมาย หากเรากล้าที่จะออกจากเครื่องเล่นเดิม ไปลองเล่นในเครื่องใหม่ซะหน่อย เราก็จะรู้ว่ายังมีเครื่องเล่นที่ดีกว่า หรือแย่กว่า อันที่เราเคยเล่นอยู่
อาจารย์เคยบอกใช่ไหมครับว่าให้ผมหาอนาคตของตัวเอง ผมหาเจอแล้วนะ ^^ ผมจะไปเรียนต่อคณะนิเทศศาสตร์ที่ไหนซักที่ ใช้เวลาสองปีหาอนาคตก่อนที่จะเลือกเอก ว่าตัวเองอยากไปทางไหน ไม่แน่ ต่อไปอาจารย์อาจจะเห็นโฆษณา หนังสือ หรือไม่ก็ละครฝีมือลูกศิษย์อาจารย์คนนี้ก็ได้ ใครจะไปรู้
อาจารย์จำได้รึเปล่าว่าอาจารย์เคยพูดว่า "มนุษย์อยู่คู่กับฝัน" ตอนนั้นผมชอบคำนี้มากเลยนะ ผมรู้สึกว่าความฝันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คนเราชอบเห็นความสำคัญของ"บางสิ่ง"ต่อเมื่อเราต้องเสียมันไป ฝันก็คงเหมือนกันแหละครับ แต่ในกรณีของผมกลับกัน ... ผมคิดว่ามันสำคัญทั้งๆที่ยังไม่เคยได้เจอมัน ผมคิดว่าผมมี แต่มันไม่ใช่ ตอนนี้ เมื่อผมเจอมันแล้ว ผมถึงรู้ว่า มันสำคัญกว่าที่เคยคิดไว้ตอนเด็กๆมากเลยล่ะครับ สำหรับผมในตอนนี้ ผมกล้าพูดได้เลยว่าผมอยู่ไม่ได้ถ้าขาดความฝัน ผมพยายามรักษามันไว้ตลอดมา
แต่อาจารย์ครับ หลังจากที่ผมเจอฝันของผมแล้ว ผมกลับรู้วึกว่ามันยากมากที่จะเป็นความจริงน่ะครับอาจารย์ครับผมขอถามอะไรอาจารย์ซักอย่างได้ไหมครับ หากมนุษย์อยู่คู่กับความฝัน แล้วคนไร้ฝันทั้งหลายเขามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้ยังไงครับ?
ผมเชื่อว่าทุกคนมีฝันเป็นของตัวเอง บางคนเจอแล้ว บางคนยังไม่เจอ บางคนเจอแล้วก็ทิ้งมันไป แต่ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคนที่ทิ้งสิ่งดีๆอย่าง"ความฝัน"ได้เนี่ย เป็นคนประเภทไหนกันแน่ ผมรู้ว่าชีวิตที่ไม่เจอฝันเป็นยังไง เพราะผมเป็นมาแล้ว ผมรู้ว่าชีวิตที่เจอความฝันเป็นยังไง เพราะผมก็เป็นมาแล้ว
อาจารย์ครับ ผมนึกภาพไม่ออก ว่าหากผมต้องทิ้งฝันของผม ผมจะเป็นยังไง... ผมกลัวครับ ผมกลัวว่าโลกนี้จะทอดทิ้งผมอีกคน จะฆ่าผมให้ตายเหมือนนักฝันคนอื่น จะทรมาณผมจนกว่าผมจะทิ้งฝันของผมไป ผมควรจะทำยังไงครับอาจารย์ เพราะผมรู้สึกว่า ตอนนี้ มันเริ่มจะฆ่าผมทีละน้อยๆ แล้ว
อาจารย์จำปลาตะเพียนที่อาจารย์แจกให้พวกเราทุกคนได้ไหมครับ อาจารย์บอกพวกเราว่า "ให้มองปลาตะเพียนเวลาอ่านสอบ จะได้มีความเพียร" ตอนนี้มันเหลือแต่ก้านอยู่ในห้องของผม ตัวปลามันหายไปไหนก็ไม่รู้ ความเพียรของผมเองก็เริ่มหายลงไปบ้างเหมือนกันในตอนนี้ ไม่ใช่เพราะปลาหรอกนะครับ ถึงมันเหลือแต่ก้าน แต่มันก็ทำหน้าที่ของมันได้ดีเสมอ แต่ตัวผมเองมากกว่า ผมเริ่มเข้าใจแล้วล่ะครับ ว่าทำไมผู้ใหญ่หลายๆคนถึงอยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
อาจารย์ครับ ผมจะพยายามทำสิ่งที่ผมฝันต่อไปนะครับ แม้ว่ามันจะดูยากเย็น แต่ผมจะพยายามจนกว่าจะถึงที่สุดครับ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน อาจารย์ช่วยเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
สุดท้ายนี้ขอคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งมวล คุ้มครองอาจารย์และครอบครัวให้สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บนะครับ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
ศิษย์อาจารย์คนหนึ่ง
ปล. น้องของผมเป็นไงบ้างครับอาจารย์ ขี้เล่นเหมือนผมไหมล่ะ
ขอบคุณครับที่ดูแลผมกับน้องมาตลอด