มันเริ่มขึ้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมได้ไปส่งรุ่นน้องคนหนึ่งที่สนามบิน
วันที่ 1 กันยายน 2548 ผมได้ไปเหยียบสนามบิน โดยที่ตัวเองไม่ใช่ผู้โดยสาร
ภายในรัศมี100เมตรรอบตัวเต็มไปด้วยนักเดินทาง
เช่นเดียวกับเมื่อวานนี้ ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง
วันที่ 6 กันยายน 2548 ผมยืนเหยียบพื้นสถานีรถไฟอยู่
ภายในรัศมี100เมตรรอบตัวเต็มไปด้วยนักเดินทาง
ทำไมนะ?
ทำไมเราถึงยืนอยู่ตรงนี้
ทำไมเราถึงไม่เป็นหนึ่งในนักเดินทางเหล่านั้น
ออกสู่โลกกว้าง
อีกไม่กี่ก้าว
ไม่กี่ชั่วโมง
หากเพียงเราเดิน
หากเพียงเราซื้อตั๋ว
ต่างจังหวัด
ต่างประเทศ
มันไม่ได้ไกลเท่าไหร่เลยนี่
้เมื่อคืน ข้อความมือถือ "ชีวิตคือการเดินทาง?" ถูกส่งไปยังคนสำคัญในชีวิตข้าพเจ้าทั้งหมดห้าคน
00.44น. เสียงโทรศัพท์จากเพื่อนโรงเรียนเก่าก็ดังขึ้น
"เ้ฮ้ย มึงเป็นอะไรรึเปล่าวะ?"
เราคุยกันสักพักหนึ่ง
00.45น."Of course" คือข้อความจากเพื่อนอีกคนที่ข้าพเจ้าไม่ได้ติดต่อมานานแล้ว
00.46น. "ถ้าตอบตัวเองได้ว่าชีวิตไม่ต้องการที่พักพิงที่ถาวรละก้อ...มันก็อาจจะใช่"
ถูกส่งมาจากพี่สาวของผม
00.48น. ผมส่งข้อความกลับไปให้พี่สาว "Some place called 'home'"
หากคุณชื่นชอบเกมส์ RPG คุณคงไม่พลาด
Final Fantasy
ภาคที่ผมชอบที่สุดคือภาค 9
เพราะภาคนั้นมี Vivi
Vivi เป็นพ่อมดมนต์ดำซึ่งไม่รู้ว่าภูมิกำเนิดของตัวเองอยู่ที่ไหน
เขาต้องสู้กับกองทัพศัตรู กับพ่อมดมนต์ดำตัวอื่นๆก่อนที่จะรู้ว่า
พ่อมดมนต์ดำฝ่ายศัตรูนั้นเป็นเพียงหุ่นยนต์
แล้วตัวเขาเองล่ะ .... เขา "มีชีวิต" ใช่ไหม?
ทางเดียวที่จะรู้ได้คือออกเดินทางไปกับกลุ่มของ Zedan
เพื่อค้นหาว่าตัวเองกำเนิดมาจากไหน บ้านของเขาอยู่ที่ใด
ในที่สุดเขาก็ค้นพบหมู่บ้านมนต์ดำ
เพียงทว่า
หมู่บ้านนี้ก็เป็นหมู่บ้านของพ่อมดหุ่นยนต์ซึ่งถูกสร้างขึ้นอย่างผิดพลาด
หุ่นยนต์พวกนี้ "ีมีความรู้สึก"ดังนั้น ทั้งหมดจึงถูกทิ้ง
หมู่บ้านนี้ก็ยังคงไม่ใช่บ้านเกิดของ Vivi
การเดินทางของตัวละครแทบทุกตัวในภาค 9 นำพาเราไปสู่
Some place called "Home"
มันอาจจะไม่ใช่บ้าน แต่เราเรียกได้ว่าเป็นบ้านของเรา
เช้าวันนี้ 9.00น. ผมตื่นและกลับไปตรวจดูข้อความมือถืออีกครั้ง
พี่สาวผมส่งข้อความอีกอันมาให้
"อาจมีบางช่วงชีวิตที่เราต้องออกเดินทาง
แต่ไม่ใช่ตลอดไป
บางคนมีจุดหมาย
บางคนออกเดินทางเพื่อหาจุดหมาย
มันอาจจะไกล
อาจทำให้ท้อบ้าง
แต่พี่เชื่ออย่างนึงว่าบนโลกใบนี้
ทุกคนมีที่ที่เป็นของตัวเอง
เดินเข้า มีพี่สาวคอยซื้อคาราบาวแดงให้"
ข้อความนี้ถูกส่งมาเวลา 01.10น.
ผมยิ้ม
พี่ชายผมอีกคนส่งกลับมาว่า
"ก็คงใช่ เหนื่อยนักก็หยุดพัก
แต่คงพักในพิพิธภัณฑ์นะ"
ข้อความนี้ถูกส่งมาเวลา 01.14น.
และตามด้วยอีกข้อความ
"เป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย"
เมื่อเวลา 01.16น.
ผมยิ้ม
และข้อความสุดท้ายจากเพื่อนสนิทคนหนึ่ง
"Yep
but journey worths more
ifu appreciate things around u
&explore possibilities in every turn.
Dun bafraid 2 take adventurous roads,
life is more fun that way"
ข้อความนี้ถูกส่งมาเวลา 12.27น. วันนี้
ผมยิ้ม
ไม่ว่าต่อไปผมจะต้องเดินทางไปที่ไหน
ผมเจอ Some place called "Home" ของผมแล้ว
ขอเป็นน้องสาวอีกคนของพี่สาวคุณได้ไหม๊เนี่ยย ปรากฎว่าเราแก่กว่าพี่สาวเค้าละซวยเลย เอิ๊กๆ